เมืองโมริโอกะ (Morioka) ประเทศญี่ปุ่น
ข้อมูลการเดินทางlocation_onเมืองโมริโอกะ (Morioka)

เที่ยวโมริโอกะ ญี่ปุ่น ตามรอย NY Times: สัมผัสเมืองสโลว์ไลฟ์สายคราฟต์ จิบกาแฟระดับโลก และวัฒนธรรมพรีเมียมแห่งอิวาเตะ

โดย BRR Travel Curators | 3 นาทีในการอ่าน

เมื่อหน้ากระดาษของ The New York Times ปรากฏชื่อเมืองเงียบสงบในภูมิภาคโทโฮคุอย่าง ‘โมริโอกะ’ (Morioka) ในฐานะจุดหมายปลายทางอันดับ 2 ของโลกที่น่าไปเยือนที่สุดรองจากลอนดอน โลกการท่องเที่ยวกำลังบอกเราเป็นนัยว่า ยุคสมัยแห่งการวิ่งวุ่นตามเก็บแลนด์มาร์กได้หลีกทางให้แก่สุนทรียศาสตร์แห่งการ ‘เดินทอดน่อง’ อย่างมีความหมาย โมริโอกะไม่ได้ร้องเรียกหาความเร่งรีบ ทว่าโอบล้อมผู้มาเยือนด้วยสายหมอกบางเบายามเช้าที่ลอยคลอเคลียยอดเขาอิวาเตะ สถาปัตยกรรมยุคไทโชอันสง่างามที่หลอมรวมกลิ่นอายตะวันตกและตะวันออกเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน และจังหวะชีวิตที่ดำเนินไปอย่างนุ่มนวลแต่ลึกซึ้งถึงแก่นรากแห่งวัฒนธรรม

นี่คือดินแดนที่กาลเวลาดูเหมือนจะเดินช้าลง เปิดโอกาสให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนได้ตื่นตัวต่อรายละเอียดรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเสียงค้อนกระทบเหล็กหล่อร้อนระอุจากช่างฝีมือรุ่นสู่รุ่น กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดละเอียดจากร้านกาแฟอิสระระดับตำนาน หรือรสสัมผัสเหนียวนุ่มของเส้นบะหมี่ท้องถิ่นที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาอันยาวนาน การเดินทางมาเยือนโมริโอกะจึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนสถานที่ แต่เป็นการคืนความสงบภายในให้กับจิตวิญญาณ ผ่านมรดกทางวัฒนธรรมที่ถูกรักษาไว้อย่างบริสุทธิ์ท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของจังหวัดอิวาเตะ

สถาปัตยกรรมและร่องรอยแห่งกาลเวลา: จากปราสาทโบราณสู่อาคารอิฐแดงยุคไทโช

การสำรวจโมริโอกะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติบนผืนแผ่นดินที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของปราสาทโมริโอกะ (Morioka Castle Ruins) หรือสวนอิวาเตะโคเอ็น (Iwate Park) ซากกำแพงหินแกรนิตสีเทาเข้มซ้อนตัวกันอย่างมั่นคงท่ามกลางหมู่แมกไม้ที่เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล สะท้อนเรื่องราวความรุ่งเรืองในอดีตของตระกูลนัมบุผู้ปกครองแคว้นนี้มายาวนานกว่าสามร้อยปี เมื่อทอดสายตามองจากจุดสูงสุดของสวน จะพบกับทัศนียภาพอันงดงามของเมืองที่โอบล้อมด้วยภูเขาอิวาเตะ ซึ่งชาวท้องถิ่นเคารพรักในฐานะ ‘ฟูจิแห่งมิดاي’ (Mt. Iwate)

ไม่ไกลจากเขตคูเมือง คือที่ตั้งของธนาคารอิวาเตะแดง (Former Iwate Bank Red Brick Building) สถาปัตยกรรมชิ้นเอกฝีมือการออกแบบของทัตسُโนะ Kingo สถาปนิกผู้สร้างสถานีรถไฟโตเกียว อาคารอิฐแดงสไตล์เรอเนซองส์ประดับโดมทองแดงแห่งนี้ยืนหยัดเป็นประจักษ์พยานแห่งยุคไทโช ยุคสมัยที่โมริโอกะเฟื่องฟูด้วยการค้าและการอุตสาหกรรม การเดินทอดน่องผ่านย่านเมืองเก่าจะพาเราไปพบกับ ‘นันโชโซ’ (Nanshousou) คฤหาสน์ญี่ปุ่นโบราณริมแม่น้ำคิตะคามิ ที่ซึ่งสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมถูกจัดวางอย่างประณีตบรรจง สะท้อนความงดงามของแสงและเงาในทุกฤดูกาลอย่างไม่มีที่ติ

จิตวิญญาณแห่งงานคราฟต์: เสียงเพลงจากเตาหลอมเหล็กและหัตถกรรมนัมบุเท็กกิ

หากหัวใจของโมริโอกะคือความสโลว์ไลฟ์ จิตวิญญาณของเมืองก็คงสถิตอยู่ในงานช่างฝีมืออันประณีต โดยเฉพาะ ‘นัมบุเท็กกิ’ (Nambu Tekki) เครื่องเหล็กหล่อดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงระดับโลก กาต้มน้ำและภาชนะเหล็กหล่อของโมริโอกะไม่ได้เป็นเพียงเครื่องครัว แต่เป็นงานศิลปะที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญขั้นสูงในการควบคุมอุณหภูมิและลวดลายผิวสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ (Arare) เมื่อน้ำถูกต้มเดือดจากกาเหล็กนัมบุ แร่ธาตุที่ละลายออกมาจะช่วยยกระดับรสชาติของชาให้ละมุนลุ่มลึกขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์

การเดินทางไปยังหมู่บ้านหัตถกรรมโมริโอกะ (Morioka Handcrafts Village) จะเปิดประตูสู่โลกที่กาลเวลาหมุนช้าลง ที่นี่คือนิคมของเหล่าช่างฝีมือผู้สืบทอดภูมิปัญญาโบราณ ทั้งการทอผ้าโมริโอกะซากิริ การทำเครื่องเรือนไม้ และการตีเหล็ก ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาหลายชั่วโมงพูดคุยกับปรมาจารย์งานคราฟต์ สัมผัสเนื้อผิวชิ้นงานด้วยปลายนิ้ว และซึมซับความทุ่มเทนับร้อยชั่วโมงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความเรียบง่ายของงานฝีมือแต่ละชิ้น

วัฒนธรรมคาเฟ่ระดับโลกและสุนทรียศาสตร์แห่งรสชาติเส้น

ความน่าประหลาดใจอย่างหนึ่งของโมริโอกะคือการเป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมกาแฟ Specialty และแจ๊สบาร์อันเก่าแก่ ท่ามกลางตึกรามบ้านช่องโบราณ มีร้านกาแฟอิสระระดับตำนานอย่าง ‘Nagasawa Coffee’ ซ่อนตัวอยู่ ที่นี่ไม่ใช่แค่ร้านกาแฟธรรมดา แต่เป็นห้องทดลองขนาดย่อมที่เจ้าของร้านคั่วเมล็ดกาแฟเองด้วยความพิถีพิถันทุกขั้นตอน คัดสรรเมล็ดกาแฟชั้นเลิศจากทั่วทุกมุมโลกมาสกัดด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง กลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยอบอวลในร้านไม้คลาสสิกคือสวรรค์ของผู้หลงใหลในคาเฟอีนระดับพรีเมียม

ในมิติของอาหารการกิน โมริโอกะครองตำแหน่ง ‘เมืองแห่งเส้น’ (City of Noodles) ที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครถึง 3 ชนิด ได้แก่ ‘วังโกโซบะ’ (Wanko Soba) บะหมี่คำเล็กในชามจิ๋วที่พนักงานจะคอยเติมให้อย่างรวดเร็วเคล้าเสียงเชียร์สนุกสนาน, ‘โมริโอกะเรเม็ง’ (Morioka Reimen) บะหมี่เย็นเส้นเหนียวนุ่มในน้ำซุปกระดูกวัวรสชาติกลมกล่อมโปะด้วยผลไม้ตามฤดูกาลอย่างแตงโมหรือลูกแพร์ และ ‘โมริโอกะจาจาเม็ง’ (Morioka Jajamen) บะหมี่ราดซอสมีโสะสูตรเข้มข้นที่ปิดท้ายด้วยการเติมน้ำซุปไข่ลงในจานเดิมกลายเป็นชามซุปอร่อยล้ำ เรียกว่าเป็นประสบการณ์การกินที่ผสานความสนุกและวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ

travel_explore
Field Advisory

คำแนะนำสำหรับการเดินทางหน้างาน (Practical Travel Guide)

การเดินทาง: นั่งรถไฟ Tohoku Shinkansen จากสถานี Tokyo มาลงที่สถานี Morioka ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที ช่วงเวลาที่งดงามที่สุด: ฤดูใบไม้ผลิ (ปลายเมษายน - พฤษภาคม) สำหรับดอกซากุระบานสะพรั่ง และฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม - พฤศจิกายน) ที่ใบไม้เปลี่ยนสีทั่วทั้งเมือง การแต่งกายและวัฒนธรรม: โมริโอกะเป็นเมืองที่เหมาะกับการเดินเท้าเป็นอย่างยิ่ง ควรเตรียมรองเท้าเดินที่สบายและเสื้อผ้าแบบ Layering เนื่องจากอากาศอาจมีความเปลี่ยนแปลงตามสภาพภูมิประเทศภูเขา การปฏิบัติตามมารณูปโภคท้องถิ่นและความเงียบสงบในย่านชุมชนเป็นสิ่งสำคัญที่ควรยึดถือ
help_outline
Traveler Q&A

คำถามที่พบบ่อย (Frequently Asked Questions)

ทำไม New York Times ถึงยกให้โมริโอกะเป็นเมืองน่าเที่ยว?expand_more
New York Times จัดอันดับให้โมริโอกะเป็นเมืองน่าเที่ยวอันดับ 2 ของโลกในปี 2023 เนื่องจากเป็นเมืองที่ผสมผสานความงดงามทางสถาปัตยกรรม วัฒนธรรมอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ และบรรยากาศที่เอื้อต่อการเดินเที่ยว (Walkable City) โดยปราศจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้สัมผัสวิถีชีวิตญี่ปุ่นที่แท้จริง
เดินทางไปโมริโอกะจากโตเกียวยังไงให้สะดวกที่สุด?expand_more
วิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดคือการนั่งรถไฟความเร็วสูง Tohoku Shinkansen จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) มุ่งตรงสู่สถานีโมริโอกะ (Morioka Station) โดยใช้เวลาเพียงประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาทีเท่านั้น ครอบคลุมด้วยบัตร JR Rail Pass
ของกินขึ้นชื่อที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนโมริโอกะคืออะไร?expand_more
ไฮไลท์ด้านอาหารคือ '3 เมนูเส้นชื่อดัง' ได้แก่ วังโกโซบะ (บะหมี่ชามเล็กเติมไม่อั้น), โมริโอกะเรเม็ง (บะหมี่เย็นซุปใสรสชาติสดชื่น) และโมริโอกะจาจาเม็ง (บะหมี่แห้งราดซอสมีโสะเข้มข้น) รวมถึงการได้ลิ้มลองกาแฟสเปเชียลตี้จากร้านคั่วบดท้องถิ่นคุณภาพสูง