เมื่อพูดถึงภาพจำของโตเกียว หลายคนมักนึกถึงแสงสีอันฉูดฉาดของย่านการค้าและฝูงชนที่หลั่งไหลไม่ขาดสาย ทว่าเบื้องหลังความเร่งรีบนั้น ยังมีมุมหลบเร้นอันเงียบสงบที่กาลเวลาเสมือนเดินช้าลง ณ ย่านที่อยู่อาศัยระดับบนอย่างเซตากายะ ที่ซึ่ง ‘วัดโกโตคุจิ’ ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความเขียวขจีของแมกไม้ แม้ภาพจำของที่นี่บนโลกออนไลน์จะเต็มไปด้วยรูปปั้นแมวกวักสีขาวตัวน้อยนับพันที่เรียงรายอย่างน่ารัก แต่หากก้าวลึกเข้ามาด้วยจิตใจที่พร้อมซึมซับ คุณจะพบว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดเช็คอินยอดนิยม หากแต่เป็นพุทธสถานนิกายเซนอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เป็นสุสานประจำตระกูลขุนนางผู้ทรงอำนาจ และเป็นผืนผ้าใบแห่งความเงียบสงบที่ร้อยเรียงเรื่องราวจากยุคเอโดะไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
รากเหง้าแห่งเซนและตำนานแมวกวักผู้พลิกชะตาตระกูล
วัดโกโตคุจิ สังกัดนิกายโซโต (Soto Zen) สร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1480 ก่อนจะได้รับการบูรณะครั้งใหญ่และเปลี่ยนเป็นวัดประจำตระกูลอิอิ (Ii Clan) ไดเมียวผู้ทรงอิทธิพลแห่งแคว้นฮิโกะในยุคเอโดะ เรื่องเล่าขานที่เป็นตำนานเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ‘อิอิ Naotaka’ เจ้าเมืองในสมัยนั้น ทรงเดินทางผ่านวัดและสังเกตเห็นแมวสีขาวตัวหนึ่งกวักมือเรียกให้พระองค์เข้าไปหลบฝนภายในวัด เสี้ยววินาทีนั้นเองที่สายฟ้าฟาดลงมา ณ จุดที่พระองค์ทรงยืนอยู่ก่อนหน้า รอดพ้นจากความตายราวปาฏิหาริย์ การแสดงความกตัญญูต่อแมวตัวนั้นจึงกลายมาเป็นจุดกำเนิดของ ‘Shofukuneko’ หรือแมวกวักนำโชคที่แตกต่างจากที่อื่น ตรงที่พวกมันจะยกมือขวาขึ้นเพื่อกวักเรียกความโชคดีและโอกาสอันเป็นมงคล ปราศจากเหรียญทองคำในอุ้งมือ เพราะชาวเซนเชื่อว่าความมั่งคั่งที่แท้จริงคือโอกาสในการสร้างความดีงามด้วยตนเอง
สถาปัตยกรรมและสุนทรียภาพแห่งความเรียบง่ายตามวิถีเซน
เมื่อเดินผ่านซุ้มประตูวัดเข้ามา ความร่มรื่นของต้นสนซีดาร์โบราณและกลิ่นอายความขรึมขลังของโครงสร้างไม้จะโอบล้อมผู้มาเยือนทันที อาคารหลักของวัดสะท้อนสถาปัตยกรรมเอโดะตอนปลายที่เน้นความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ไฮไลท์สำคัญคือ ‘เจดีย์ไม้ 3 ชั้น’ (Three-Story Pagoda) ที่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม ความพิเศษคือที่ชั้นล่างของเจดีย์จะมีงานแกะสลักไม้รูปปีนักษัตรซ่อนอยู่รอบตัวอาคาร หากสังเกตให้ดีจะพบรูปปั้นแมวกวักตัวเล็กๆ แอบซ่อนอยู่ตามมุมอับของสถาปัตยกรรม สะท้อนความขี้เล่นท่ามกลางความเคร่งขรึมของพุทธสถาน ขณะที่บริเวณอาคารบูชาด้านข้างคืออาณาจักรของรูปปั้นแมวกวักนับพันตัวที่ผู้ศรัทธานำมาถวายเพื่อแก้บนเมื่อคำอธิษฐานสัมฤทธิผล กลายเป็นภาพโมเสกสีขาวบริสุทธิ์ที่ตัดกับฉากหลังสีเขียวขจีของราวป่าอย่างลงตัว
วิถีสโลว์ไลฟ์ย่านเซตากายะและการเดินทางข้ามกาลเวลา
การมาเยือนวัดโกโตคุจิให้ได้อรรถรสสูงสุดคือการเปิดใจรับจังหวะชีวิตแบบ Slow Travel ย่านเซตากายะ (Setagaya) เป็นย่านที่อยู่อาศัยชั้นนำที่ยังคงรักษาบรรยากาศความเป็นชุมชนดั้งเดิมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น การเดินทางมายังที่นี่ด้วยรถรางสายเก่าแก่ ‘Tokyu Setagaya Line’ ซึ่งเป็นหนึ่งในสองสายรถรางที่เหลืออยู่ของโตเกียว มอบประสบการณ์ความโรแมนติกแบบวินเทจ ตัวสถานี Gotokuji Station ตั้งอยู่ห่างจากตัววัดเพียงเดินเท้าเบาๆ ราว 10-15 นาที สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านหนังสืออิสระ ร้านขายของเก่า และคาเฟ่สไตล์คราฟต์ที่เจ้าของร้านพิถีพิถันในการชงกาแฟทีละแก้ว เป็นพื้นที่ที่เอื้อให้เกิดการทบทวนความคิดและดื่มด่ำกับปัจจุบันอย่างแท้จริง
